Archive for the ‘สัพเพเหระ’ Category
พวกเราสีเดียวกันครับ ศีรษะนี้มอบให้พระเจ้าแผ่นดิน
“พ่อเป็นเสาหลักของบ้านนะครับ บ้านของผมหลังใหญ่นะครับ ใหญ่มาก เราอยู่กันหลายคนนะครับ
ร้อนเป็นปกติ
เพิ่งจะเลยปีใหม่มาได้ไม่นาน เพิ่งจะหมดหนาวแท้ๆ อากาศก็ไม่น่าจะร้อนซะขนาดนี้ ทะเลที่ว่าสวยๆ โดนแดดอย่างนี้ก็ต้อหยีตาหลบไอแดดบ้างหละ
ไม่ชอบฤดูร้อนเพราะมันร้อน ชอบฤดูฝนมากกว่า เพราะมันชุ่มฉ่ำชื่นใจ ตอนมาภูเก็ตใหม่ๆ นั้น ฝนตกจนต้นอ่อนของต้นไม้ไม่ต้องโงหัว ฝนตกจนที่เขาเรียกว่าฝนปรอยๆ นั้นคือแดดออก ฝนตกจนเรามีข้ออ้างหาเรื่องนอนได้ทุกวัน แต่เดี๋ยวนี้ภูเก็ตรถเยอะ อากาศร้อน(แต่ฝรั่งชอบ) เฮ้อ!!! ร้อนหละ
คุณทิพย์ สะเต๊ะเมืองพังงา
“หยุดหลายวัน แอบแว๊บไปหาอะไรกินใกล้บ้านดีกว่า”
ก็พังงาอีกนั้นแหละ (ความจริงมาทำภารกิจนิดหน่อย ไหนๆ ก็มาแล้ว) ก็หาของกินกันจั๊กหน่อย ขอแนะนำนี้เลย คุณทิพย์ สะเต๊ะเมืองพังงา

ป้ายโต๊ โต เดินมาเห็นแต่ไกล
คุณทิพย์ สะเต๊ะเมืองพังงา อร่อยมากว่า 30 ปี ไม่อร่อยจริงๆ คุณทิพย์ คงไม่เปิดร้าน (แถมขยายร้านอีก) ของเค้าดีจริงๆ แล้วดียังไงหละ ก็หมูเขานุ่ม ถึงเครื่อง และหมูเป็นหมูจริงๆ ปริมาณที่พอดีคำ ไม่น้อยไป (แต่เยอะกว่านี้หน่อยก็ดี) คราวหน้าจะอู้งานมาอีก \ (^0^) /
by nan ;P

ถอยออกมาหน่อย ป้ายเข้าตา มิน่าทำไมป้ายมันโต๊โตจัง

เตาหนะ รางเดียวไม่พอต้อง 2 ราง 4 แถว ขนาดนี้ยังทำไม่ค่อยทันเลย

มาแล้วๆ อูววววว หมูเป็นหมู น่ากินจัง

แป๊บเดียว หมดไปจานนึงแล้ว ใจเย็น ใจเย็น ได้ทุกคน
ขอบคุณหลาย สาว B Gang
“หมูคู่นี้ท่านได้แต่ใดมา “
“หมูไหน !!!?”
“ก็หมูคู่นี้ไง”
“อ๋อ สาวๆ B Gang ให้มา”
“บีแกง !! ขายข้าวแกงนี่เองเลยให้หมู”
” ไม่ใช่แกง แก๊งค์โว้ย! ว่าจะไม่ตวาดแล้วเชียว”
“แล้วเขาให้มาทำไม เนื่องในโอกาสอะไร”
“เอาน่า เรื่องนั้นอย่ารู้เลย รู้แต่เพียงว่าแก๊งค์นี้ดีมีน้ำใจ”
“อ๋อเหรออออออออออ”
“ที่สำคัญ “
“ที่สำคัญอะไร”
“ทำแกงอร่อย”
“ว่าแล้ว ต้องบีแกง”
(ล้อเล่นจ๊ะ ; P)

ส่วนนี้ตัวแม่เขาหละ ขอบคุณมากๆ นะจ๊ะ
เที่ยวภูเก็ต ทัวร์ภูเก็ต เที่ยวพังงา ทัวร์พังงา เที่ยวกระบี่ ทัวร์กระบี่
เข้าส้วมทั้งที ต้องมีดีไซน์ 3

อันนี้เท่มาก ถ้าไฟดับก็ซวยไป







เข้าส้วมทั้งที ต้องมีดีไซน์ 2










เข้าส้วมทั้งที ต้องมีดีไซน์ 1










วงสาวสาว

Wonder Girls

Girls' Generation
2 วันแล้ว 2 วันแล้วครับที่โดน girls band ของเกาหลีหลอนนนนนน ทำไมช่างน่ารักอย่างนี้นะ ให้ตายเหอะ ดูไปดูมาตั้งหลายรอบ ตั้งแต่ Wonder Girls จนมาถึง Girls’ Generation ไม่รู้ร้องอะไรหรอก ฟังออกแต่ท่อนสร้อย แต่เพลงเขาสนุกดี เด็กๆ แถวบ้านร้องได้ทุกคน ยิ่งช่วงนี้ปิดเทอมซะด้วย เช้ามาก็ร้องกันเลย “โน บอดี้ โน บอดี้ ชู้” วันนี้เปลี่ยนแล้วเป็น “จีจีจีจีจีจี” จีอะไรไม่รู้ ทำไมไม่ ดีดีดี บ้าง ดูไปดูมาหลายรอบก็ทำให้ได้ข้อสังเกตหลายๆ อย่าง
อย่างแรกเลยนะ
ทำไมเค้าเต้นพร้อมกันจังนะ wonder girl 5 คน Girls’ Generation 9 คน พวกเธอเต้นได้พร้อมเพรียงกันมาก อย่างมิวสิค ” No Body ” นั้นนะไม่ใช่น่ารักอย่างเดียว ฮา ด้วย
อย่างที่สองต่อเลย
นอกจากความพร้อมเพรียงและจำนวนคนที่มากนั้น หน้าตาก็เป็นอย่างนึงที่เป็นจุดขายสำคัญ เค้าต้องคัดมาและอาจผ่านมืดหมอกันด้วยนั้นไม่ใช่สาระ ลองมองดูให้ดีๆ สิ หน้าตาของพวกเธอแต่ละคนเกาหลีมากๆ ไม่มีลูกครึ่งเลยเหรอ ทำไมเค้าไม่เอาลูกครึ่งเลยหละ หรือว่าชาวเกาหลีเขาไม่มีลูกครึ่งเลย เคยเจอในบทความ บทความนึงซึ่งนานมาแล้วจำไม่ได้ด้วย เขาบอกว่า จุดขายสำคัญของเกาหลีคือวัฒนธรรม เพราะมันมีอยู่แล้ว ไม่ต้องลงทุนสร้างใหม่ แค่ทำให้มันดีขึ้นเท่านั้น ย้อนกลับไปดู girls band อือนะ หน้าตาเกาหลี มันสวยอยู่แล้ว หน้าตาก็เป็นวัฒนธรรมอย่างนึงหละมั๊ง
ไม่อยากมองย้อนไปถึงของไทยซึ่ง ซึ่งและซึ่ง ได้เลียนแบบของคนอื่นซะ ยิ่งค่ายอะไรไม่รู้ ที่ชอบทำอะไรฉาวๆ นะ ถ้าจะเลียนแบบนะ น่าจะเลียนแบบอย่างอื่น ไม่ต้องแต่งตัวโป๊ก็น่าหลงใหล แค่หน้าใสใสก็หลงรักจะตายแล้ว
เที่ยวภูเก็ต ทัวร์ภูเก็ต เที่ยวพังงา ทัวร์พังงา เที่ยวกระบี่ ทัวร์กระบี่
เร็วไม่ว่า แต่ช้าให้เป็น
ความเนิบช้าน่าอภิรมย์
15 พฤศจิกายน 2549
เขียนโดย สุขุม ชีวา
“
เพียงแค่ไม่กี่ปีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วยโมเด็มความเร็วต่ำ กลายเป็นอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
เพียงแค่ไม่กี่ปีความอดทนอันแสนทรหดที่เคยรอเช็คอีเมล กลายเป็นความใจร้อนรีบด่วน
ความโกรธที่ส่งผ่านปลายนิ้วกดปุ่มบนเมาส์รัวเร็วมากขึ้น เหมือนต้องการจะให้จดหมายอีเมลปรากฎขึ้นบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ในบัดดล ความเชื่องช้าเพียงไม่กี่วินาทีเริ่มไม่พอสำหรับเรา ความเร็วแบบพริบตากลายเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็คิดฝันถึง
ผู้เขียนก็เป็นคนหนึ่งที่เสพติดความรวดเร็ว หากช้าไปสักสองสามวินาทีจะเริ่มหงุดหงิดใจแบบไม่มีสาเหตุ Carl Honore ผู้เขียนหนังสือเร็วไม่ว่า ช้าให้เป็น บอกว่า “เราได้สูญเสียศิลปะแห่งการอยู่เฉย ๆ ศิลปะแห่งการทำตัวให้เนิบช้าและการอยู่ตามลำพังกับความคิดของเราเอง“
พออ่านหนังสือเล่มนี้ไปสักพัก ผู้เขียนเห็นด้วยว่าเราควรทำอะไรต่อมิอะไรให้ช้าลงสักหน่อย เพราะกิจกรรมบางอย่างช้าไปสักเล็กน้อยการงานก็ไม่ได้เสียหายถึงขั้นพังพินาศ
อย่างเรื่องของนายเออร์ เฮลเลอร์ สมาชิกของสมาคมชะลอเวลา (Society for the Deceleration of Time) เป็นทนายความในสำนักงานกฎหมายแห่งหนึ่งในมิวนิค ทีแรกเขามักนัดลูกความเพื่อทำความรู้จักกันด้วยเวลาอันรวดรัดเพียง 10 นาที แต่ทุกวันนี้เขาใช้เวลาพูดคุยกับนัดครั้งแรกนานถึง 2 ชั่วโมง ผลก็คืองานมีประสิทธิภาพมากขึ้นและกิจการไปได้ดี
“ลูกความผมมักจะบอกว่า ถ้าไปหาทนายความคนอื่น เขามีเวลาแค่ 5 นาทีเพื่ออธิบายสิ่งที่เขาต้องการ ยื่นเอกสารไว้ แล้วก็ออกประตูไป …ถึงมันจะดูเหมือนช้ามากและโบราณไปหน่อย แต่การฟังก็ยังเป็นวิธีการที่ดีที่สุดอยู่ดี การรีบร้อนลงมือต่างหากที่แย่ที่สุด”
ศิลปะแห่งการใช้ชีวิตเนิบช้า ไม่เพียงเกี่ยวกับการทำงานอย่างเดียว การกินอาหารอย่างแช่มช้าและมีรสนิยม แทนที่จะสวาปามแต่อาหารจานด่วน กินยัดเข้าปากจนแทบไม่เคยรู้รสชาติของอาหาร เราก็ควรคืนความสุนทรีย์ในการลิ้มรสอาหารแก่ลิ้น
ที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งคือ ความไม่รู้ตัวของเราคนที่ปล่อยให้ความเร็วเข้าไปบงการแม้กระทั่งเซ็กซ์
“ผู้ชายส่วนใหญ่รีบร้อนหาความสุขจนหายใจหายคอแทบไม่ทัน แล้วก็ผ่านมันไปอย่างร้อนรน“ เป็นคำกล่าวที่เข้ากับยุคสมัยนี้เหลือเกิน ที่สัมผัสรักเนิบช้าขาดหายไป (แต่จะปฏิบัติตัวอย่างไรให้มีเซ็กซ์เนิบช้า คงต้องไปหาอ่านเอาเอง)
เมื่ออ่านหนังสือจบ ผู้เขียนนั่งคิดต่อว่า ความเร็วได้ครอบงำสังคมไทยแทบจะทุกด้าน เอาเพียงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จากรัฐบาลทักษิณเปลี่ยนเป็นรัฐบาลที่มาจากรัฐประหาร ช่วงแรกกระแสสังคมอาจตอบรับกับวิธีแก้ปัญหาแบบกดปุ่มทันใจนึก แต่เพียงไม่กี่สัปดาห์ความโกลาหลในสังคมก็คืนกลับมาแบบติดเทอร์โบ
เราคงสูญเสียความเนิบช้าบางอย่าง ความอดทนที่จะใช้ประชาธิปไตยแบบเนิบช้า
ประชาธิปไตยแบบ “ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม” คงสู้ประชาธิปไตยแบบ “กดปุ่ม” ไม่ได้เสียแล้ว
“
เที่ยวภูเก็ต ทัวร์ภูเก็ต เที่ยวพังงา ทัวร์พังงา เที่ยวกระบี่ ทัวร์กระบี่
ใบลาออกจากความทุกข์
ไม่สำคัญว่า . . . มีทรัพย์มากหรือน้อย
แต่สิ่งสำคัญ คือ . . . ต้องใช้ให้น้อยต่างหาก . . .
. . . ชีวิตจึงจะมีเหลือมากกว่าขาด . . .
คนจนยิ่งจน . . . เพราะทำรวย . . .
คนรวยยิ่งรวย . . . เพราะทำจน . . .
. . . ทำตัวให้เป็นปกติ . . . ใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น . . .
. . . ชีวิตก็จะเป็นปกติ . . .
. . . ไม่ยินดีในสิ่งที่ตนได้ . . .
. . . ไม่พอใจในสิ่งที่ตนมี . . .
. . . เป็นคนอาภัพอับโชคที่สุดในโลก . . .
. . . ยินดีในสิ่งที่ตนได้ . . .
. . . พอใจในสิ่งที่ตนมี . . .
. . . เป็นคนโชคดีที่สุดในโลก . . .
อดทนได้ . . . จงอดทน
อดใจได้ . . . จงอดใจ
. . . ไม่อดทน ไม่อดใจ . . . เรื่องเล็กจักกลายเป็นเรื่องใหญ่
คนที่มีความสุข มิใช่คนที่มีมากที่สุด
. . . แต่เป็นคนที่ต้องการน้อยที่สุด . . .
ยิ่งมีความต้องการน้อยลง
. . . สมบัติที่มีอยู่เดิม . . . ก็ดูเหมือนมีมากขึ้น . . .
ความสุขหรือความทุกข์ของชีวิต
บางครั้งเหมือนการมองผ่านกระจก
. . . หากกระจกใสสะอาด . . . เมื่อมองสิ่งใดย่อมมีแต่ความสุข
. . . ปราศจากความขุ่นมัว . . . หากกระจกขุ่นมัว
เมื่อมองสิ่งใด . . . แม้เป็นสิ่งเดียวกัน . . . ก็มีแต่ความทุกข์ใจ
จงจำไว้ว่า . . . ความสุขอยู่ไม่ไกล
เพียงเช็ดกระจกให้ใส
เช็ดใจให้สะอาดเท่านั้นเอง
ทุกข์อยู่ที่ใจ . . . ทุกข์ของใครก็ของมัน . . .
ทุกข์อยู่ที่ใจ . . . ใครจะเก็บไว้ก็ช่างมัน . . .
สุขอยู่ที่ใจ . . . ฉันเก็บมันไว้ทุกวัน . . .
สุขอยู่ที่ใจ . . . ฉันจะให้กันและกัน . .
เที่ยวภูเก็ต ทัวร์ภูเก็ต เที่ยวพังงา ทัวร์พังงา เที่ยวกระบี่ ทัวร์กระบี่


