เรื่องเล่า ข้าวไทย
กินข้าวร้อน นอนกับหมา กินข้าวเย็น เป็นพระยา
แต่คนสมัยใหม่นี้ เขามีอย่างอื่นให้เลือกกินเพียบ พิซซ่าเอย ก๋วยเตี๋ยว สเต็ก อีกทั้งพวกมาม่า บะหมี่สำเร็จรูปต่างๆ อีกหละ ช่วงกลางปีที่ผ่านมาราคาข้าวพุ่งพรวดสูงขึ้นไปเป็นประวัติการณ์ เพราะจำนวนคนมากขึ้น ผลผลิตน้อยลงในอนาคตอาจเป็นไปได้ที่เราจะไม่มีข้าวกิน
เมื่อดูธรรมเนียมไทยแต่เก่าก่อนหาใครมาบ้านเรือนต้องต้อนรับ “กินข้าวกินปลามาหรือยัง” เป็นคำถามที่มักจะถามหากมีใครแวะมาเที่ยวบ้าน สมัยก่อนการหุงข้าวนั้นออกจะยุ่งยาก หากหุงข้าวไม่เป็น อาจได้ข้าวสามกษัตริย์ ข้าวสามกษัตริย์เป็นยังไงนั้นเหรอ คือ ข้าวก้นหม้อไหม้ กลางหม้อแฉะ และบนหม้อดิบ อดกินครับพี่น้อง
ในอดีตนั้นเมืองไทยมีความหลากหลายของพันธิ์ข้าวมาก อย่างคนใต้หากวันไหนที่กับข้าวเป็นแกง ก็จะหุงข้าวชนิดที่เมล็ดป้อม สั้น ค่อนข้างแข็ง พอเอาน้ำแกงราดลงบนข้าว ข้าวก็ไม่เละแบะแฉะ เคี้ยวเพลิน กลืนลงคอได้สบาย ถ้าวันไหนทำเนื้อคั่วกลิ้ง เป็นกับข้าวแห้งๆ ก็จะใช้ข้าว ชนิดที่นิ่มละมุน อ้ำ
ชื่อข้าวไทยก็เป็นอีกอย่างนึงที่มีความหมายลึกซึ้งมีที่มาที่ไป อย่างชื่อข้าว “หอมเจ็ดทุ่ง” คือ เวลาหุงจนสุกกลิ่นมันหอมหวน ขจรขจายไปไกลถึงเจ็ดทุ่ง เมียหุงข้าวที่บ้าน ผัวทำนาอยู่กลางทุ่งนา ยังได้กลิ่นหอม “ข้าวเสือสะบัดเล็บ” ไม่ใช่ชื่อพันธุ์แต่เป็นฉายาของข้าวหอมมะลิที่คนหุง ใช้ความประณีต บรรจงและศิลปะในการหุงจนได้ข้าวสุก เป็นข้าวที่ “เสือสะบัดเล็บ” มีเรื่องเล่าความเป็นมาอย่างนี้
“มีชาวนาครอบครัวหนึ่งปลูกกระท่อมอาศัยอยู่เชิงเขาชายป่า เมียชาวนาคนนี้หุงข้าวเก่งมาก เช้าวันหนึ่งก็จุดเตาก่อไฟหุงข้าวเช็ดน้ำ ดงข้าว กลิ่นข้าวหอมหวนลอยไปไกลถึงกลางป่า หุงเสร็จก็ยกหม้อข้าวตั้งทิ้งไว้ในครัว แล้วก็ออกตามไปช่วยผัวทำนากลางทุ่ง แต่กลิ่นหอมของข้าวที่ส่งกลิ่นไปไกลถึงกลางป่า ไปเข้าจมูกเสือโคร่งตัวหนึ่งเข้า ปกติเสือเป็นสัตว์กินเนื้อ แต่ทนความหอมยวนใจของข้าวสุกไม่ไหว จึงเดินตามกลิ่นข้าวออกมาจากป่า จนมาถึงกระท่อมชาวนา กวาดตาดูแล้วไม่เห็นคน จึงแอบย่องขึ้นไปบนบ้านเข้าไปในครัว ว่าแล้วก็ใช้อุ้งตีนเปิดฝาหม้อข้าว ไอน้ำสีขาวพวยพุ่งออกมาปะทะใบหน้าเสือโคร่ง
“อืมมม มันช่างหอมหวนยวนใจอะไรเช่นนี้”
เสือโคร่งนึกในใจจนรู้สึกเคลิบเคลิ้ม ว่าแล้วก็ใช้อุ้งตีนหน้าอีกข้างกางออก เห็นกรงเล็บโค้งแหลมขยุ้มข้าวสุกในหม้อ หมายจะกินให้หนำใจ
“อะจ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก”
เสือร้องลั่นด้วยความร้อน สะบัดอุ้งตีนเป็นพัลวัน กระโดดหนีลงจากกระท่อมวิ่ง 3 ขาเข้าป่า วิ่งไปสะบัดอุ้งตีนไป ข้าวก็ไม่หลุดจากเล็บ ความร้อนลวกอุ้งตีนจนร้องลั่นไปตลอดทาง แต่สะบัดอย่างไรข้าวก็ยังติดกรงเล็บอยู่อย่างนั้น
คือข้าวหม้อนี้ เมียชาวนาหุงได้เก่งมาก เมล็ดข้าวสุกกำลังดี ร้อน ไม่ร่วน เหนียวพอดี เหนียวจนติดกรงเล็บเสือและเสือสะบัดไม่หลุด นี้แหละที่มาของ “ข้าวเสือสะบัดเล็บ”
แต่ทุกวันนี้คนไทยสนใจเรื่องข้าวกันน้อยลง โดยเฉพาะผู้หลักผู้ใหญ่ สนใจแต่เรื่องจะส่งออก แต่ไม่ดูอะไรเลย ไม่ดูความเหมาะสม ไม่ดูว่าคนปลูกข้าวเขาลำบากไหม อยากให้คนไทยกินข้าวให้อร่อยและหมดจานนะครับ
